วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Food

รายการ อาหารไทย เป็น ภาษาอังกฤษ

ประเภทไข่
hard-boiled egg                                                                           
ไข่ต้ม

fried egg
   ไข่ดาว

plain omelet  
ไข่เจียว

omelet with vegetables  
ไข่ยัดไส้

scrambled egg
   ไข่กวน


ประเภทก๋วยเตี๋ยว

wide rice noodle soup with vegetables and meat  
ก๋วยเตี๋ยวน้ำ

wide rice noodles   with vegetables and meat  
ก๋วยเตี๋ยวแห้ง

thin rice noodles fried with tofu, vegetable, egg and peanuts
   ผัดไทย

fired thin noodles with soy sauce
   ผัดซีอิ้ว

wheat noodles in broth with vegetables and meat                                           
   บะหมี่น้ำ

wheat noodles with vegetables and meat
   บะหมี่แห้ง

      
อาหารจานเดียวประเภทข้าว                                  
fried rice with pork/chicken/shrimp
ข้าวผัดหมู/ไก่/กุ้ง

boned, sliced Hainan-style chicken with marinated rice
ข้าวมันไก่

chicken with sauce over rice
ข้าวหน้าไก่

roast duck over rice
ข้าวหน้าเป็ด

'red' pork with rice
ข้าวหมูแดง

curry over rice
ข้าวแกง

ประเภทขนมหวาน
Thai custard  
สังขยา                             

coconut custard  
สังขยามะพร้าว

sweet shredded egg yolk
   ฝอยทอง

egg custard  
หม้อแกง

banana in coconut milk  
กล้วยบวชชี

fried, Indian-style banana  
กล้วยแขก

sweet palm kernels  
ลูกตาลเชื่อม

Thai jelly with coconut cream
   ตะโก้

sticky rice with coconut cream
   ข้าวเหนียวแดง

sticky rice in coconut cream with ripe mango  
ข้าวเหนียวมะม่วง


แหล่งข้อมูล www.guru.muslimthai.com

คำคล้องจอง

ศัพท์คล้องจอง
he (ฮี)   เขา เบา light  (ไลท) night (ไนท) กลางคืน ตื่น wake (เวค) take (เทค) จับนับ count (เคานท) mouse (เมาส) หนู หมู pig (พิก) six (สิคส) หก ตก fall (ฟอล) ball (บอล) ลูกหนัง ขนมปัง bread (บเร็ด) dead (เด็ด) ตาย จดหมาย letter (เล็ท เทอะ)matter (แม็ท เทอะ) เรื่องราว ว่าว kite (ไคท) high (ไฮ) สูง นำ , จูง lead (ลีด) meat (มีท) เนื้อ เรือ ship(ชิพ)    
dip (ดิพ) จุ่ม สาว , หนุ่ม young  (ยัง) tongue (ทัง) ลิ้น กิน eat  (อีท) need (นีด) ต้องการ บ้าน house  (เฮาส) now (เนา) เดี๋ยวนี้ ดี  good  (กุด)put  (พุท) วาง กลาง  middle  (มิดล) gentle (เจ็นทล) สุภาพ , ผู้ดี ไม้ตีกอล์ฟหรือฮ็อกกี้ club (คลับ) love (ลัฝ) รัก เครื่องจักร engine (เอ็นจิน) until (อัน ทิล) จนกระทั่ง หวัง hope (โฮพ) soap (โสพ) สบู่ หู ear (เอีย) clear (คเลีย) แจ่มแจ้ง แสดง show (โช)         
crow (คโร) ขัน เหล่านั้น those (โฑซ) boat (โบท) เรือ เกลือ salt (สอลท) tall (ทอล) สูงนกยูง peacock (พี ค็อค) chalk (ชอค) ที่ใช้เขียนกระดานดำ ทำ do (ดู) to (ทู) ถึงครึ่ง half (ฮาฟ) laugh (ลาฟ) หัวเราะ เคาะ knock (น็อค) box (บ็อคส) ต่อย ร้อย hundred  (ฮันดเริด)breakfast (บเรคเฟิสท) อาหารเช้าเข้า enter (เอ็นเทอะ) mother (มัฑ เออะ) แม่ ลูกกุญแจ key (คี) see (สี)เห็น ผู้เล่น player (พเล เออะ)



แหล่งข้อมูล  www.thaigoodview.com

 
 

Function Verb

คำกิริยาตามหน้าที่แบ่งออกเป็น  3 ประเภท คือ
           1. สกรรมกริยา ( Transitive  Verb ) คือ คำกิริยาที่ต้องมีตัวกรรม หรือคำอื่นเข้ามารองรับความ หมายจึง จะสมบูรณ์ เช่น The  boys  kick  football  in  the  field. หมายความว่า  พวกเด็ก ๆ เตะ ฟุตบอลอยู่ที่สนามหญ้า  คำว่า “kick “  เป็น คำกิริยา บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ว่าในขณะนี้หรือปัจจุบัน นี้เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่ ส่วนคำว่า “ football ” เป็นตัวกรรม หรือตัวที่ทำหน้าที่รองรับกิริยาให้มีความ หมายสมบูรณ์ขึ้น เพราะถ้าใช้คำว่า “ kick “ คำเดียวความหมายไม่สมบูรณ์ ไม่ รู้ว่าเตะอะไร นั่นเอง

           2. อกรรมกิริยา ( Intransitive  Verb )  คือ คำกิริยาที่ไม่ต้องมีตัวกรรมหรือคำอื่นมารองรับก็ได้ ความหมายสมบูรณ์ เช่น  The  dogs  run  in  the  field.  ประโยคนี้ไม่ต้องมีตัวกรรมมารองรับ ก็ได้ใจ ความสมบูรณ์ดี  ซึ่งคำว่า “run “ แปลว่า “ วิ่ง “ คงไม่ต้องถามว่าใช้อะไรวิ่ง

           3.  กริยาช่วย (  Helping  Verb หรือ  Auxiliary  Verb ) คือ กริยาที่มีหน้าที่ช่วยให้กริยาด้วย กันมีความหมายดีขึ้น และ ยังมีหน้าที่ทำให้ตัวของมันเองมีความหมายที่สมบูรณ์ขึ้นได้ดีอีกด้วย  เช่น She  studies  in  Lamp – Tech  college .  Does she study in Lamp – Tech College?

             คำ กริยาในภาษาอังกฤษตามหลักไวยากรณ์แบ่งออกเป็น 3 ช่อง เรียกว่า “กริยา 3 ช่อง" ซึ่งแต่ละ ช่องก็บอกถึง เหตุการณ์ในแต่ละช่วงของเวลาได้อีกด้วย

กริยาช่องที่ 1 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
กริยา ช่องที่ 2 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
กริยา ช่องที่ 3 ใช้กล่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปอย่างสมบูรณ์ทั้งในปัจจุบันและอดีต เรียก อีกอย่างหนึ่งว่า “ส่วนสมบูรณ์ของกริยา หรือ Complement



แหล่งข้อมูล   กริยา3ช่อง.blogspot.com

TEST

ชุดแบบสอบ ทดสอบศัพท์ภาษาอังกฤษ ระดับต้น ในชุด 30 ข้อ
แต่ถ้าต้องการแบบตอบแล้ว สรุปผลหลังทำครบทุกข้อ ให้ไปที่ ศูนย์สอบ เพื่อเลือกแบบสอบใหม่


    1. คำว่า 'express' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0268]
      แสดง บอก ด่วน ทุกหมดทุกข้อ ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    2. คำว่า 'coffee shop' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0484]
      ร้านขายอาหาร ร้านขายของชำ ร้านหนังสือ ร้านกาแฟ ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    3. คำว่า 'gentleman' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0323]
      สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ เด็ก คนชรา ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    4. คำว่า 'drawing' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0242]
      เขียน อ่าน วาดภาพ ดูหนังสือ ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    5. คำว่า 'คาง' ตรงกับภาษาอังกฤษในข้อใด [e0054]
      nail chin heart neck ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    6. คำว่า 'cage' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0162]
      กรง ไม้ กระท่อม บ้าน ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    7. คำว่า 'sabre' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0638]
      ดาบ ขวาน ไม้ กระบอง ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    8. คำว่า 'knee' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0471]
      ขา หัวเข่า ข้อเท้า เท้า ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    9. คำว่า 'beautiful' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0108]
      สวย ดีมาก เยี่ยมที่สุด ดีที่สุด ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ

    10. คำว่า 'holder' ตรงกับภาษาไทยในข้อใด [e0377]
      ผู้ถือ ผู้แนะนำ ผู้กล่าวตาม ผู้กระทำผิด ยังไม่เลือก
    ค่อย ๆ คิด อย่าใจร้อนครับ
     
     
     
    แหล่งข้อมูล   www.thaiall.com
    

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ฟังภาษาอังกฤษ

 "ทำอย่างไรให้ฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่องและพูดภาษาอังกฤษเก่ง”  หรือ "ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง” หรือ “ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้เก่ง”



สาเหตุที่สำคัญคือ ทักษะการฟังภาษาอังกฤษ   กล่าวคือเราต้องพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษก่อน และต้องฟังประโยคซ้ำๆ หลายๆรอบจนขึ้นใจแล้วพูดตาม  ออกเสียงตามให้เหมือนที่สุด อาจไม่เข้าใจความหมาย หรือคำแปล ไม่เป็นไร
การฟังภาษาอังกฤษ ถือว่าเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด และพัฒนายากที่สุด  ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของคนไทยส่วนใหญ่ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดของการ เรียนภาษาอังกฤษ ของคนไทย  
หากเราลองนึกดูว่า แล้วภาษาไทยที่เราพูด, อ่าน และเขียนได้ในปัจจุบัน นั้น  มีพื้นฐานมาจากอะไร หากไม่ใช่มาจากการฟัง ฟังจนเข้าใจในสิ่งที่เราได้รับฟังมา  แล้วเลียนเสียงนั้น(คือการพูดตาม) จนพูดได้  หลังจากนั้น จึงเริ่มเรียนการเขียน   แล้วจึงตามมาด้วยการอ่าน
เช่นเดียวกัน  หากเราได้ ฟังภาษาอังกฤษ หลายๆรอบ บ่อยๆ ซ้ำๆจนจำขึ้นใจแล้ว เราจะพบว่าเราสามารถฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่องและเข้าใจโดยอัตโนมัติ  นอกจากนั้นยังสามารถ พูดภาษาอังกฤษได้อีกด้วย
วิธีการฝึก ฟังภาษาอังกฤษ ให้ได้ผลเร็ว มีเทคนิค ดังนี้
1.   ฝึกฟังจากเทป บทสนทนาภาษาอังกฤษ ซึ่งบทสนทนานั้นจะต้องพูดด้วยความเร็วปกติที่ชาวต่างชาติพูด   อย่าฝึกฟังจากเทปที่พูดช้ากว่าการพูดปกติของเขา เนื่องจากจะทำให้เราเคยชินกับการฟังภาษาอังกฤษ แบบที่พูดช้าๆ และเมื่อเจอชาวต่างชาติที่พูดด้วยอัตราความเร็วปกติ เราก็ไม่เข้าใจเช่นเดิม
2.   การฝึกฟังครั้งแรกๆ ควรเริ่มฟัง ครั้งละ  5 - 10 ประโยค (อย่าฟังประโยคเยอะเกินไปจนไม่สามารถจะจำประโยคเหล่านั้นได้)  
3.  ขณะที่ฝึก ฟังภาษาอังกฤษ ต้องมี Script เสมอ
4.  ในการฝึกฟังแต่ละครั้ง ต้องฟังให้ได้อย่างน้อย 4 รอบ คือ
-  รอบที่ 1 ฟังพร้อม Script และหากเห็นว่าคำใดที่เราเคยออกเสียงไม่เหมือนเขา หรือเราฟังไม่รู้เรื่องแม้จะมี Script  ให้หยุดเทป แล้วจดลงใน Script ว่า เสียงที่เราได้ยินนั้นคืออะไร
-          รอบที่ 2 และ 3 ออกเสียงตาม 
-          รอบที่ 4, 5, 6, ..... ลองฟังแบบหลับตา โดยไม่มี Script
5.   ช่วงแรก ขอให้ฝึกฟังประโยคเดิมๆ ด้วยวิธีข้างต้น สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง (ฝึกทุกวันได้ยิ่งดี) แล้วจึงค่อยๆเพิ่มจำนวนประโยคให้มากขึ้นเป็น 15-20 ประโยค ต่อการฝึกฟังแต่ละครั้ง
หากทำวิธีดังกล่าวข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ เพียงเดือนเดียว รับรองว่านอกจากจะ ฟังภาษาอังกฤษ รู้เรื่องแล้ว ยังสามารถ พูดภาษาอังกฤษ ได้โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
ดังนั้น การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ  จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากที่สุด   ที่ต้องได้รับการพัฒนาก่อนเป็นอันดับแรก   การฟังมากๆ ซ้ำๆ  นอกจากจะทำให้ทักษะการฟังภาษาอังกฤษดีขึ้นแล้ว  ยังทำให้สามารถพูดได้   เมื่อเราพูดประโยคเหล่านั้นออกมาได้แล้ว   เราก็หลุดออกจากกับดักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้แล้ว นั่นแปลว่าเราได้เข้าสู่วงจรของการที่จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างอัตโนมัติ 
แหล่งข้อมูล  www.kingzton.com